ReadyPlanet.com
dot
bulletการเรียนดนตรีของเด็กกับผู้ใหญ่แตกต่างกันอย่างไร ?
bulletเริ่มเรียนขิม ตอนเป็นผู้ใหญ่ จะเล่นได้หรือ ?
bulletดนตรีช่วยแก้ปัญหาเด็กสมาธิสั้นได้จริงหรือ ?
bulletหลักการสอนของครูเก่งเป็นอย่างไร?
bulletคอร์สเรียนขิมสำหรับเด็กพิเศษ (ดนตรีบำบัด)
bulletตัวอย่างเด็กพิเศษ ที่มาเรียนขิมกับครูเก่ง ในคอร์สดนตรีบำบัด
bulletตัวอย่าง นักเรียนที่เริ่มเรียนตั้งแต่วัยเด็กเล็ก เพื่อพัฒนาช่วงสมาธิ อีคิว ปรับพฤติกรรม อารมณ์ และพัฒนาสมองด้านความจำ
bulletตัวอย่างผู้ใหญ่ที่สนใจเรียนขิม และสามารถเล่นขิมได้เป็นอย่างดี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชอบในเสียงขิมทั้งหลาย
bulletผลงานนักเรียนที่ผ่านการประกวด และใช้ความสามารถพิเศษด้านดนตรีไทย สอบเข้าสถาบันต่างๆ
bulletโครงการเยาวชนไทยเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยยังต่างแดน ณ ประเทศเยอรมันนี ครั้งที่ 2
bulletโครงการเยาวชนเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างแดน ครั้งที่ 1 ณ เยอรมนี
bulletบรรเลงดนตรีไทยรับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
bulletพิธีมอบเกียรติบัตร และการแสดงผลงาน ครั้งที่ 5
bulletพิธีมอบเกียรติบัตร และการแสดงผลงาน ครั้งที่ 4
bulletพิธีมอบเกียรติบัติและงานแสดงผลงาน ครั้งที่ 2
bulletพิธีมอบเกียรติบัติและงานแสดงผลงาน ครั้งที่ 1
bulletแสดงงานครบรอบ 113 ปีมีนบุรี
bulletแสดงงานครบรอบ 112 ปี มีนบุรี
bulletแสดงงานครบรอบ 111 ปีมีนบุรี
bulletออกรายการ Morning Kids
bulletออกรายการ แก๊งซ่าท้าโชว์ ช่อง 9
bulletออกรายการ Morning Kids ถวายพระพรวันพ่อ
bulletออกรายการ ผู้หญิง by นุสบา โดยน้องช่อแก้ว เด็กพิเศษ
bulletออกรายการ LIGHTNING TALK กับ สายสวรรค์ ขยันยิ่ง โดยน้องช่อแก้ว เด็กพิเศษ
bulletแสดงงานสงกรานต์ ณ ห้างแฟชั่นไอส์แลนด์
bulletแสดงงานสงกรานต์หรรษา ณ ศูนย์การค้า Fashion Island
bulletแสดงงานวันเด็ก 2555 ณ มหาวิทลัยเกษตรศาสตร์
bulletแสดงในพิธีเปิดงานวันเด็ก ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์
bulletแสดงงานวันเด็ก ช่อง Thai PBS ปี 2558
bulletแสดงนอกสถานที่ ณ พิพิธภัณฑ์เด็ก กทม.
bulletบรรเลงดนตรี ในงานไหว้ครูดนตรีไทย มศว.
bulletบรรเลงดนตรีถวายพระสงฆ์ ณ วัดสัมมาชัญญาวาส
bulletบรรเลงดนตรี ในงานฉลองครบรอบ 1 ปี สภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์
bulletงานดนตรีในบ้าน
bulletกิจกรรมทัศนศึกษาเพื่อสิ่งแวดล้อม ณ วังน้ำเขียว กับ ครูเก่ง
bulletภาพบรรยากาศงานปีใหม่ 2552
bulletรวมภาพกิจกรรมท่องเที่ยวช่วงปิดเทอม ของครูเก่งและลูกศิษย์
bulletรวบรวมความรู้สึกของสมาชิกในบ้าน ที่มาเรียนดนตรีไทยในบ้านเก่งขิม
bulletภาพบรรยากาศในห้องอัดเสียง
bulletรับบรรเลงดนตรีไทย และแสดงนาฎศิลป์ไทย วงกลองยาว เดี่ยว หรือวงเล็กๆ ในงานมงคลต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานเลี้ยงฉลอง ฯลฯ รายละเอียดต่างๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของงาน
ข้อมูลเพิ่มเติมใน facebook ของบ้านเก่งขิม




หลักการสอนของครูเก่งเป็นอย่างไร?

 

 

สวัสดีค่ะ ท่านผู้สนใจในเสียงขิมทุกท่าน

 

         ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนค่ะ  ครูเก่งฝึกหัดขิมมาตั้งแต่อายุ 8 ปีค่ะ (สนใจคลิกดูประวัติครูเก่งที่ด้านบนหน้าเว็บค่ะ)  ครูเก่งรักเสียงขิมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน จึงเริ่มฝึกหัดอย่างจริงจัง และศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาดุริยางคศาสตร์ไทย เครื่องมือเอก ขิม จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒค่ะ และปริญญาโท สาขาการศึกษาพิเศษ (การศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ)

 

 

         มีท่านผู้ปกครอง และท่านผู้สนใจ รวมถึงนักหนังสือพิมพ์/นิตยสาร หลายท่านที่ตั้งคำถามกับครูเก่ง  ครูเก่งจึงรวบรวมคำถามต่างๆ มาตอบให้ผู้สนใจได้ทราบกันค่ะ เพื่อเป็นประโยชน์ทั้งในการเรียนขิมที่โรงเรียนดนตรีบ้านเก่งขิม และการเรียนดนตรีประเภทอื่นในที่อื่นๆ ด้วย

 


 

♦ ปณิธานของครูเก่ง

 

            บ้านเก่งขิม ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2545 ด้วยปณิธานของครูเก่ง ที่อยากให้มีโรงเรียนเฉพาะทาง ที่สอนขิมโดยเฉพาะเกิดขึ้นในเมืองไทย เหมือนที่ต่างประเทศมี  ครูเก่งจึงพยายามก่อตั้งโรงเรียนขึ้นตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี  และเมื่อได้ศึกษาระดับปริญญาโท ทำให้ปณิธานของครูเก่งยกระดับขึ้น กล่าวคือ ครูเก่งมีปณิธานว่า ลูกศิษย์ของครูเก่งทุกคน ต้องได้รับการพัฒนาด้านอื่นๆ โดยใช้ดนตรีเป็นสื่อกลาง ครูเก่งต้องให้ลูกศิษย์นอกจากตีขิมได้และตีขิมดีแล้ว ยังต้องเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ดีด้วย และครูเก่งจะใช้ขิม เพื่อนำไปทั้งแก้ปัญหาพฤติกรรมและพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีให้แก่ลูกศิษย์ เท่าที่ครูเก่งจะทำได้

 

 

              บ้านเก่งขิม จึงเป็นบ้านที่คล้ายๆ ห้องทดลองเล็กๆ ที่ครูเก่งจะทดลองใช้ทฤษฎีต่างๆ ทั้งด้านจิตวิทยา ดนตรีศึกษา ดนตรีบำบัด และวิธีสอนที่ได้จากงานวิจัยใหม่ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอารมณ์ สังคมและสติปัญญาของผู้เรียนอย่างมาก อีกทั้งครูเก่งยังปลูกฝังให้ลูกศิษย์รู้จักกาลเทศะ สอนมารยาทอย่างไทย สอนให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งนับวันจะเลือนหายไปจากสังคมไทยทุกที 

 

 

               ลูกศิษย์ครูเก่งในบ้านเก่งขิมจึงมักจะได้รับคำชมเชยจากผู้อื่นอยู่เสมอ ว่าเป็นเด็กน่ารัก อ่อนน้อมถ่อมตน มารยาทงาม มีน้ำใจดี อารมณ์ดีและเป็นมิตรกับผู้อื่น ซึ่งถือเป็นความภูมิใจส่วนตัวของครูเก่งค่ะ

 

 

♦ ระบบการสอนของครูเก่งเน้นอะไรบ้าง?

 

             เนื่องจากครูเก่งได้ศึกษาทั้งด้านดนตรีไทยแท้ๆ และด้านการศึกษาพิเศษ ซึ่งต้องใช้หลักจิตวิทยาในการสอนค่อนข้างมาก ดังนั้นวิธีการสอนของครูเก่ง จึงเกิดจากการประยุกต์ทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน จึงทำให้ระบบการสอนหลักของครูเก่ง เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และเน้นทฤษฎีความแตกต่างระหว่างบุคคล  และหลักการที่ครูเก่งยึดถือเพื่อเป็นเป้าหมายของการสอน คือ ครูเก่งจะพยายามสอดแทรกเทคนิคการสอนต่างๆ เพื่อพัฒนาความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ EQ-Emotional Quatient ให้แก่ผู้เรียนทุกคนที่มาเรียนให้ได้มากที่สุด เนื่องจากครูเก่งเชื่อว่าเมื่อคนเรามีความสุข มี EQ ดีแล้ว IQ ก็จะพัฒนาตามมาเอง และถ้าศึกษากันจริงๆ แล้ว ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ ไม่ใช่แค่ความสุขนะคะ  องค์ประกอบของความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์นั้นครอบคลุมถืงเรื่องการปรับตัวในสังคมและคุณธรรมจรรยาต่างๆ ด้วย ครูเก่งจึงพยายามสอนลูกศิษย์ทุกคนให้เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง ที่สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขค่ะ

 

 

***องค์ประกอบของความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์

 

1.การตระหนักรู้อารมณ์ของตนเอง

 

 

2.การจัดการอารมณ์ของตนเอง

 

 

3.การจูงใจตนเอง

 

 

4.การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

 

 

5.การปฏิสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้อื่น

 

 

 

♦ ในคอร์สเรียนเป็นกลุ่ม  ครูเก่งสอนอย่างไรให้ผู้เรียนเข้าใจ?

 

             ในการสอนของครูเก่ง ครูเก่งจะเรียนรู้พฤติกรรม อารมณ์ บุคลิก และอุปนิสัยส่วนตัวของผู้เรียน เพื่อให้เข้าใจถึงระบบการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน จากนั้นก็ประยุกต์เอาทฤษฎีทางจิตวิทยาต่างๆ มาใช้ประกอบในการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถตีขิมได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น ในรอบหนึ่งที่เรียนเป็นกลุ่มถ้ามีผู้เรียน 5 คน ครูเก่งก็จะใช้วิธีสอนหรือทฤษฎีต่างกัน 8 แบบ ตามระบบการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนเป็นสำคัญ จึงทำให้ผู้เรียนเกิดความสุขที่จะเรียน เนื่องจากครูเข้าใจผู้เรียน ซึ่งการสอนในลักษณะนี้จะมีประสิทธิภาพมากสำหรับผู้เรียนทุกอายุ แม้กระทั่งเด็กเล็ก เด็กพิเศษหรือผู้ใหญ่

 

 

 

♦ แล้วเรียนรวมกัน 8 คนใน 1 กลุ่ม ผู้เรียนจะฟังเสียงขิมรู้เรื่องหรือ? เสียงจะเซ็งแซ่เกินไปไหม?

 

           สำหรับเด็กๆ แล้ว ครูเก่งเชื่อว่า เด็ก...เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลก เด็กสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ ถ้าเค้าอยากทำและสนใจที่จะทำ ดังนั้นการเรียนเป็นกลุ่มจะยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กพัฒนาการเรียนขิมในเรื่องของโสตประสาท ที่จะต้องแยกเสียงขิมของตนเองออกจากเสียงขิมของผู้อื่นให้ได้ จะเป็นการฝึกการแยกเสียงซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียนดนตรีในระยะยาว  และก็ตรงกับการเรียนดนตรีไทยค่ะ ความเซ็งแซ่คือบรรยากาศการเรียนดนตรีไทยที่แท้จริง เพราะในสมัยโบราณเค้าเรียนรวมกันทุกเครื่องดนตรีเลยค่ะ (เซ็งแซ่มากๆๆ) แต่ผู้เรียนก็ได้ประโยชน์จากความเซ็งแซ่มากมายค่ะ

 

 

 

♦ นอกจากประโยชน์เรื่องการพัฒนาโสตประสาทแล้ว ผู้เรียนได้อะไรอีกบ้างจากการเรียนเป็นกลุ่ม?

 

          1. ผู้เรียนจะได้เห็นการตีขิมของผู้อื่น ซึ่งจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบและเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมในทางบวก กล่าวคือ เมื่อผู้เรียนได้เห็นการตีขิมของผู้อื่นในหลายรูปแบบ ทั้งเก่งและไม่เก่ง จะทำให้ผู้เรียนเกิดความพยายามที่จะทำให้ได้ และทำให้ดีมากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นข้อดีของการเรียนกลุ่ม

 

 

           2. ผู้เรียนที่เป็นเด็ก จะสนุกที่ได้เล่นขิมรวมกับคนอื่น เด็กจะได้เพื่อน พี่และน้องใหม่ ที่มาจากต่างโรงเรียนกัน ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เมื่อรู้จักกันและได้เล่นขิมด้วยกัน ซึ่งนอกจากเด็กจะเรียนขิมอย่างมีความสุขแล้ว เด็กยังได้สังคมใหม่อีกด้วย และเด็กๆ ที่บ้านเก่งขิมก็รักกัน ห่วงใยกัน ผูกพันกันมาก เนื่องจากครูเก่งจัดกิจกรรมค่อนข้างบ่อย เด็กๆ จึงอบอุ่นที่ได้เรียนขิม

 

 

           3. ผู้เรียนจะได้ฝึกการกล้าแสดงออก เนื่องจากการเรียนรวมกับผู้อื่นจะทำให้ความเขินอายลดน้อยลงไปเรื่อยๆ และเมื่อผู้เรียนเรียนไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดความเคยชินที่ต้องตีขิมต่อหน้าคนอื่นๆ  และครูเก่งจะฝึกความกล้าแสดงออกให้ผู้เรียน โดยการให้ผู้เรียนได้ตีขิมในเพลงที่ผู้เรียนเล่นได้ดีและถูกต้องทีละคน เป็นการตีขิมให้เพื่อนรวมกลุ่มได้ดู และผู้เรียนก็จะเกิดความภูมิใจในความสามารถของตนเอง และจะกล้าแสดงออกในที่สุด และที่สำคัญกว่านั้น คือครูเก่งจัดงานแสดงให้เด็กๆ โดยตลอด เพื่อเป็นการฝึกความกล้าแสดงออก

 

 

          4. ในช่วงท้ายของการเรียนกลุ่มทุกครั้ง  ครูเก่งจะได้ทุกคนซ้อมรวมวง ดังนั้นผู้เรียนจะได้ฝึกการเข้าวง --ฝึกจังหวะ (ครูเก่งจะให้ตีฉิ่งและกรับด้วย) ,ฝึกการสังเกต (ว่าตนเองเล่นผิดหรือถูก) ,ฝึกการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า (เมื่อตีขิมผิดจะทำอย่างไร)  ... ดังนั้นผู้เรียนก็จะได้ฝึกทั้งการเล่นคนเดียวและการเล่นเป็นวง ซึ่งถึงแม้ว่าบ้างเก่งขิมจะเป็นโรงเรียนเฉพาะทาง แต่ครูเก่งก็เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดนตรีไทยอื่นๆ เช่น จะเข้ ซอด้วง ซออู้ ระนาดเอก ขลุ่ย ฯลฯ มาซ้อมรวมวงเป็นประจำสม่ำเสมอ จึงถือเป็นการครบรูปแบบการเรียนดนตรีไทยที่แท้จริง

 

 

 

            







Copyright © 2010 All Rights Reserved.
เรียนขิม คู่ความเป็นไทย -- ใส่ใจในมารยาท กิริยา -- พัฒนาสมาธิ อีคิว และความจำ